


2. พระบูชาสุโขทัย หน้าตัก 9 นิ้ว
อื่นๆ crystal singing bowls set พระพุทธรูป หลวงพ่อสุโขทัย พระ บูชา เชียงแสน สิงห์ 1 พระพุทธรูปบูชาปางสุโขทัย พระพุทธรูป 9 นิ้วสุโขทัย พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามถึงที่สุดก็คือ พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย พุทธลักษณะงดงามอ่อนช้อย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ข้อมูลว่า สุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดคือ สมัยพ่อขุนรามคําแหงมหาราช แห่งราชวงศ์พระร่วง ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง พระองค์ก็สามารถขยายอาณาเขตอย่างกว้างขวางไปจนถึงมลายู อีกทั้งการศาสนา พระองค์ทรงเลื่อมใสหลักธรรมคําสอนแห่งพุทธศาสนาจากพระสงฆ์ฝ่ายลังกาวงศ์ที่เมืองนครศรีธรรมราช และทรงอาราธนามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทยังกรุงสุโขทัย และพระพุทธรูปองค์แรกที่ได้รับอาราธนามาจากลังกาด้วย ซึ่งนับเป็นต้นแบบในการสร้างถาวรวัตถุทางพุทธศาสนาสืบต่อมา เป็นที่เชื่อกันว่าคือ พระพุทธสิหิงค์ นั่นเอง นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างศาสนวัตถุทางพุทธศาสนาไว้มากมาย อาทิ พระอุโบสถ วิหาร ตลอดจนเจดีย์และพระพุทธรูป ฯลฯ ตัวอย่างที่หลงเหลือถึงปัจจุบันและได้รับยกย่องให้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงทั่วโลกก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ซึ่งเราท่านทุกคนรู้จักกันดี พระพุทธรูปสุโขทัย เริ่มสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19-20 มาเฟื่องฟูในสมัยพระยาลิไท เนื่องด้วยพระองค์ทรงมีความสนพระทัยในการศึกษาทางพุทธศาสนาอย่างมาก จนสามารถพระราชนิพนธ์หนังสือ ไตรภูมิพระร่วง จนสําเร็จได้ อีกทั้งได้รับสมญานามว่า พระมหาธรรมราชา ซึ่งมีความหมายว่า ทรง ใช้ ธรรม เป็นเครื่องมือในการขยายพระราชอํานาจ จะสังเกตได้จากโบราณสถานและโบราณ วัตถุอันเป็นปูชนียสถานและปูชนียวัตถุทางพุทธศาสนามากมายที่สร้างขึ้นในสมัยของพระองค์ อันนับได้ว่าเป็น ยุคทองของศิลปกรรมสุโขทัย พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามถึงที่สุดก็คือ พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย พุทธลักษณะงดงามอ่อนช้อย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ข้อมูลว่า สุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดคือ สมัยพ่อขุนรามคําแหงมหาราช แห่งราชวงศ์พระร่วง ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง พระองค์ก็สามารถขยายอาณาเขตอย่างกว้างขวางไปจนถึงมลายู อีกทั้งการศาสนา พระองค์ทรงเลื่อมใสหลักธรรมคําสอนแห่งพุทธศาสนาจากพระสงฆ์ฝ่ายลังกาวงศ์ที่เมืองนครศรีธรรมราช และทรงอาราธนามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทยังกรุงสุโขทัย และพระพุทธรูปองค์แรกที่ได้รับอาราธนามาจากลังกาด้วย ซึ่งนับเป็นต้นแบบในการสร้างถาวรวัตถุทางพุทธศาสนาสืบต่อมา เป็นที่เชื่อกันว่าคือ พระพุทธสิหิงค์ นั่นเอง นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างศาสนวัตถุทางพุทธศาสนาไว้มากมาย อาทิ พระอุโบสถ วิหาร ตลอดจนเจดีย์และพระพุทธรูป ฯลฯ ตัวอย่างที่หลงเหลือถึงปัจจุบันและได้รับยกย่องให้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงทั่วโลกก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ซึ่งเราท่านทุกคนรู้จักกันดี พระพุทธรูปสุโขทัย เริ่มสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 19-20 มาเฟื่องฟูในสมัยพระยาลิไท เนื่องด้วยพระองค์ทรงมีความสนพระทัยในการศึกษาทางพุทธศาสนาอย่างมาก จนสามารถพระราชนิพนธ์หนังสือ ไตรภูมิพระร่วง จนสําเร็จได้ อีกทั้งได้รับสมญานามว่า พระมหาธรรมราชา ซึ่งมีความหมายว่า ทรง ใช้ ธรรม เป็นเครื่องมือในการขยายพระราชอํานาจ จะสังเกตได้จากโบราณสถานและโบราณ วัตถุอันเป็นปูชนียสถานและปูชนียวัตถุทางพุทธศาสนามากมายที่สร้างขึ้นในสมัยของพระองค์ อันนับได้ว่าเป็น ยุคทองของศิลปกรรมสุโขทัย

3. พระอู่ทอง หน้าตัก 9 นิ้ว
พระบูชาอู่ทอง หน้าตัก 9 นิ้ว

4. พระบูชาเชียงแสน สิงห์ 1 หน้าตัก 9 นิ้ว กรุป่ายาง)
หมวกหม้อตาลตราสิงห์โลหะ: ปรับได้เพื่อความกระชับพอดีจะไม่พัดเมื่อมีลมแรง พระพุทธรูป 5
นิ้ว: สร้อยคอลูกปัดและตะขอก้ามปูกุ้งก้ามกราม พระพุทธรูป
5 นิ้ว: สามารถควบคุมได้ทั้งหมดและปิดเครื่อง พระพุทธรูป
9 นิ้ว: สามารถควบคุมได้ทั้งหมดและปิดเครื่อง
สิงห์หลวงพ่อเดิม: ฟังก์ชั่นการกําจัดและกําจัดกลิ่นได้ง่าย พระเชียงแสนสิงห์ ๑ กรุวัดป่ายาง อําเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นี้ถูกขุดพบหลังเทศบาลตําบลแม่สายประมาณ ๓๐๐ เมตร ห่างวัดป่ายางประมาณ ๑๐๐ เมตร เข้าใจว่าจุดที่ขุดพบเคยเป็นอาณาเขตของวัดมาก่อน จํานวนที่พบมากกว่าสองหมื่นองค์ มีขนาดบูชาหน้าตัก ๓ นิ้วครึ่ง และขนาดห้อยคอหน้าตักประมาณ ๗ หุน เดิมระบุผิดเป็น ๓ หุนครึ่ง มีผู้ให้ข้อมูลว่า กรุแตกในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึง กันยายน ๒๕๕๗องค์พระที่นําภาพมาลงเป็นขนาดหน้าตัก ๗ หุน เลี่ยมขึ้นคอได้ สภาพโดยทั่วไป ปรากฏคราบดินและสนิมเขียวปกคลุมที่ด้านนอกทั้งองค์ ดินมีลักษณะแห้ง แข็ง เกาะติดแน่น สนิมเขียวบางแห่งอยู่ปะปนกับดินหรือขึ้นปกคลุมดินอีกทีหนึ่ง บางแห่งส่องเห็นเป็นเม็ดแมงลัก ไข่แมงดา บางแห่งมีลักษณะเงาสดคล้ายสีหรือวัสดุเหลวสีเขียวเคลือบไว้ แต่ใช้ทินเนอร์ล้างไม่ออก แสดงว่าไม่ใช่สี เมื่อนํามาล้างแล้วจะพบว่าเนื้อพระมีสีทอง ลึกกว่าสีทองเป็นสีทองแดง น่าจะเป็นการเล่นแร่แปรธาตุของอาจารย์ผู้เรืองวิชาในสมัยโบราณ ผิวพระเป็นเส้น ๆ เหมือนลายผ้า พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์ ๑ พระพักตร์และพระอุระนูนหนา สังฆาฏิสั้น ขัดสมาธิเพชร ปางมารวิชัย ชั้นของผิวที่ปกคลุม ชั้นแรกเห็นได้ชัดว่าเป็นสนิมเขียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสนิมเขียวที่ปกคลุมด้านนอกที่เห็นในองค์ก่อนที่จะทําการล้างนั้น เป็นสนิมเขียวที่ถูกดันออกมาจากด้านใน ผ่านชั้นของรักและชั้นดินที่ปกคลุมองค์พระอีกทีหนึ่ง บ่งว่าองค์พระถูกบ่มอยู่ในชั้นดินผ่านกาลเวลาอันยาวนาน และสนิมเขียวยังบ่งว่าเนื้อพระน่าจะเป็นสําริดหรือมีส่วนผสมของทองแดงเป็นสําคัญ ชั้นต่อมา คือ รักสมุก สีดํา ดินสีทราย และดินสีอิฐ ตามลําดับ การที่ดินแบ่งออกเป็นสีทรายและสีอิฐอยู่คนละชั้นต่างกันไม่น่าจะเพราะเป็นดินคนละชนิด แต่น่าจะเกิดจากธรรมชาติ ความร้อน ความชื้น และระยะเวลาอันยาวนาน ที่ขับดันวัสดุต่างประเภทให้ออกมาอยู่ในลําดับชั้นที่ต่างกัน เช่นเดียวกับที่สนิมเขียวส่วนหนึ่งถูกดันให้ออกมาปกคลุมด้านนอกสุดขององค์พระจากบทวิเคราะห์พอสรุปได้ในเบื้องต้นว่า พระกรุวัดป่ายาง อําเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งแม้ไม่ได้ถูกขุดพบภายในบริเวณวัดในปัจจุบัน แต่ก็อยู่ในบริเวณใกล้วัดป่ายางมากที่สุด คงพออนุโลมให้เป็นกรุวัดป่ายางไปก่อน เป็นพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์ ๑ แท้ซึ่งมีอายุยาวนาน ในเบื้องต้นคงเพียงคาดการณ์ไว้ก่อนว่าไม่น่าจะน้อยกว่า ๒๐๐ ปี สิ่งที่จะต้องศึกษาค้นคว้าต่อไปคือ พระกรุนี้มีอายุเท่าใด สร้างสมัยใด และที่สําคัญ มีพลังพุทธคุณในด้านใดและมากน้อยเพียงใด หากทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะนํามาลงไว้เพื่อประโยชน์แก่ชาวสยามต่อไป พระเชียงแสนสิงห์ ๑ กรุวัดป่ายาง อําเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นี้ถูกขุดพบหลังเทศบาลตําบลแม่สายประมาณ ๓๐๐ เมตร ห่างวัดป่ายางประมาณ ๑๐๐ เมตร เข้าใจว่าจุดที่ขุดพบเคยเป็นอาณาเขตของวัดมาก่อน จํานวนที่พบมากกว่าสองหมื่นองค์ มีขนาดบูชาหน้าตัก ๓ นิ้วครึ่ง และขนาดห้อยคอหน้าตักประมาณ ๗ หุน เดิมระบุผิดเป็น ๓ หุนครึ่ง มีผู้ให้ข้อมูลว่า กรุแตกในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึง กันยายน ๒๕๕๗องค์พระที่นําภาพมาลงเป็นขนาดหน้าตัก ๗ หุน เลี่ยมขึ้นคอได้ สภาพโดยทั่วไป ปรากฏคราบดินและสนิมเขียวปกคลุมที่ด้านนอกทั้งองค์ ดินมีลักษณะแห้ง แข็ง เกาะติดแน่น สนิมเขียวบางแห่งอยู่ปะปนกับดินหรือขึ้นปกคลุมดินอีกทีหนึ่ง บางแห่งส่องเห็นเป็นเม็ดแมงลัก ไข่แมงดา บางแห่งมีลักษณะเงาสดคล้ายสีหรือวัสดุเหลวสีเขียวเคลือบไว้ แต่ใช้ทินเนอร์ล้างไม่ออก แสดงว่าไม่ใช่สี เมื่อนํามาล้างแล้วจะพบว่าเนื้อพระมีสีทอง ลึกกว่าสีทองเป็นสีทองแดง น่าจะเป็นการเล่นแร่แปรธาตุของอาจารย์ผู้เรืองวิชาในสมัยโบราณ ผิวพระเป็นเส้น ๆ เหมือนลายผ้า พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์ ๑ พระพักตร์และพระอุระนูนหนา สังฆาฏิสั้น ขัดสมาธิเพชร ปางมารวิชัย ชั้นของผิวที่ปกคลุม ชั้นแรกเห็นได้ชัดว่าเป็นสนิมเขียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสนิมเขียวที่ปกคลุมด้านนอกที่เห็นในองค์ก่อนที่จะทําการล้างนั้น เป็นสนิมเขียวที่ถูกดันออกมาจากด้านใน ผ่านชั้นของรักและชั้นดินที่ปกคลุมองค์พระอีกทีหนึ่ง บ่งว่าองค์พระถูกบ่มอยู่ในชั้นดินผ่านกาลเวลาอันยาวนาน และสนิมเขียวยังบ่งว่าเนื้อพระน่าจะเป็นสําริดหรือมีส่วนผสมของทองแดงเป็นสําคัญ ชั้นต่อมา คือ รักสมุก สีดํา ดินสีทราย และดินสีอิฐ ตามลําดับ การที่ดินแบ่งออกเป็นสีทรายและสีอิฐอยู่คนละชั้นต่างกันไม่น่าจะเพราะเป็นดินคนละชนิด แต่น่าจะเกิดจากธรรมชาติ ความร้อน ความชื้น และระยะเวลาอันยาวนาน ที่ขับดันวัสดุต่างประเภทให้ออกมาอยู่ในลําดับชั้นที่ต่างกัน เช่นเดียวกับที่สนิมเขียวส่วนหนึ่งถูกดันให้ออกมาปกคลุมด้านนอกสุดขององค์พระจากบทวิเคราะห์พอสรุปได้ในเบื้องต้นว่า พระกรุวัดป่ายาง อําเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งแม้ไม่ได้ถูกขุดพบภายในบริเวณวัดในปัจจุบัน แต่ก็อยู่ในบริเวณใกล้วัดป่ายางมากที่สุด คงพออนุโลมให้เป็นกรุวัดป่ายางไปก่อน เป็นพระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์ ๑ แท้ซึ่งมีอายุยาวนาน ในเบื้องต้นคงเพียงคาดการณ์ไว้ก่อนว่าไม่น่าจะน้อยกว่า ๒๐๐ ปี สิ่งที่จะต้องศึกษาค้นคว้าต่อไปคือ พระกรุนี้มีอายุเท่าใด สร้างสมัยใด และที่สําคัญ มีพลังพุทธคุณในด้านใดและมากน้อยเพียงใด หากทราบข้อมูลเพิ่มเติมจะนํามาลงไว้เพื่อประโยชน์แก่ชาวสยามต่อไป

5. พระบูชาเชียงแสน สิงห์ 1 หน้าตัก 9 นิ้ว
พระบูชาเชียงแสน สิงห์ 1 หน้าตัก 9 นิ้ว

6. พระบูชาลพบุรีทรงเครื่อง หน้าตัก 9 นิ้ว
ดินเหนียว พระพุทธรูป
9 นิ้ว:
ด้วยการจัดอันดับการใช้งาน: 60, 000 ปอนด์ พระพุทธรูปบูชา
9: ทําจากเหล็กชุบสังกะสีที่ทนทานพร้อมผิวเคลือบผง
พระพุทธรูป 9 นิ้ว: การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ละชิ้นถูกสร้างขึ้นอย่างระมัดระวังเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและ Phthalates ฟรี
พระพุทธสิหิงค์ 9: การออกแบบที่ไม่ซ้ํากันนี้สร้างขึ้นโดยคํานึงถึงคุณภาพและความทนทานโดยใช้เทคโนโลยีการเชื่อมแบบไร้รอยต่อที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการเก็บรักษาสีที่เหนือกว่าโดยไม่ซีดจางหรือลอก
ถลกบาตรพระ 8 นิ้ว: การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริงนี้เป็นส่วนเสริมที่สมบูรณ์แบบสําหรับคอลเลกชันบ้านของคุณ พระบูชาลพบุรีทรงเครื่อง หน้าตัก 9 นิ้ว เนื้อโลหะ ใต้ฐานดินไทย เก่าเก็บบูชา ไม่มีแตกหักชํารุด สนใจทักทายได้นะครับ

7. พระบูชาเชียงรุ้ง เชียงล้าน หน้าตัก 9 นิ้ว
ดินเหนียว เปิดพระบูชาเชียงล้าน เศียรโต ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว เนื้อโลหะ ใต้ฐานดินไทย เก่าเก็บบูชา สวยเดิม เนื้อหาดี ไม่มีแตกหัก ไม่มีชํารุด สนใจทักทายได้นะครับ
คุณรู้หรือไม่? ว่าปัจจุบันนี้"พระบูชา 9 นิ้ว"นั้นโดยมีทั้ง พระบูชา 9 นิ้ว แล้วแบบนี้คุณจะทราบได้อย่างไรว่าในแต่ละรุ่นหรือประเภทนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร? หรือพระบูชา 9 นิ้ว ยี่ห้อไหนดี? ราคาแพงไหม? ดังนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาพระบูชา 9 นิ้วดีๆสักรุ่น วันนี้เราได้จัดอันดับ แนะนำ พระบูชา 9 นิ้วคุณภาพดีมาให้คุณได้เลือกกันแล้วดังนี้